Touronthai on Moblie www.touronthai.com
Home พิษณุโลก


 วัดราชคีรีหิรัญยาราม(บนเขาสมอแคลง) ตั้งอยู่ที่บ้านสมอแคลง ในเขตอำเภอวังทอง เดินทางจากตัวเมืองพิษณุโลกไปตามทางหมายเลข 12 (เส้นทางสายพิษณุโลก-หล่มสัก) ประมาณ 14 กิโลเมตร (ก่อนถึงอำเภอวังทอง 3 กิโลเมตร) มีทางแยกซ้ายขึ้นเขาไปอีกประมาณ 300 เมตร

 วัดราชคีรีหิรัญยาราม ประวัติเดิมไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้างแต่ถูกกาลเวลาปล่อยทิ้งร้างจนมาถึงปี พ.ศ. ๒๔๘๓ โดยกระทรวงศึกษาธิการกรมการศาสนา ได้ออกหนังสือรับรองสภาพความเป็นวัดให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ความว่า

 \"เป็นวัดที่สมบูรณ์ตามพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองคณะสงฆ์ ร.ศ.๑๒๑\"

  ความเป็นมาของวัด ได้ค้นพบหนังสือสำคัญที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้ทรงพระะราชนิพนธ์ พระราชปรารภ เรื่องพระพุทธและมีข้อความสำคัญกล่าวถึงวัดราชคีรีหิรัญยาราม ว่า

 \"พระพุทธเจ้าได้เสด็จบิณฑบาทไปถึงที่นั้น แล้วหยุดฉันท์ที่ใต้ต้นสมอ ที่เขาสมอแคลง ซึ่งเดิมเรียกว่าพนมสมอ ควรจะเป็นที่ตั้งพระพุทธศาสนา จึงมีรับสั่งให้จ่านกร้องและจ่าการบุญ คุมกำลังไพร่พลและเสบียงอาหารมาตรวจดูภูมิสถานแถบนั้น เมื่อจ่าทั้งสองได้ลงมาถึงที่ๆ ซึ่งกล่าวว่า พระพุทธเจ้าได้ไปบิณฑบาตเห็นว่าเป็นชัยภูมิที่ดี เหมาะแก่การที่จะสร้างเมืองใหม่ จึงได้มีใบบอกขึ้นไปกราบทูลพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก เจ้ากรุงเชียงแสนและเจ้ากรุงศรีสัชชนาลัย พระเจ้าพสุจราช พระบิดาพระนางปทุมมาวดี เอกอัครมเหสีของพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก ทั้งสองพระองค์ได้ทรงร่วมกันสร้างเมืองขึ้นมาใหม่เมื่อปี พ.ศ.๑๔๙๖ ตรงเช้าวันศุกร์ขึ้น ๑ ค่ำ ๓ ร.ศ.๓๑๕ และให้ชื่อเริ่มแรกเมืองนั้นว่า เมืองพิษณุโลกโอฆะบุรี นับได้ว่าเป็นชะตาดวงเมืองของพิษณุโลก ตั้งแต่นั้นมาจึงถึงปัจจุบัน โดยอาศัยเหตุดังกล่าวมา\"

 โดยเริ่มแรกพระองค์ได้ทรงสถาปนาสร้างพระมหาธาตุรูปปรางค์สูง ๘ วา และสร้างพระวิหารทั้ง ๔ ทิศแล้วเสร็จ ก็ทรงให้สร้างพระพุทธรูปสำคัญขึ้น ๓ พระองค์ โดยองค์เริ่มแรกได้ให้ชื่อพระนามว่า พระพุทธชินราช ๑ องค์ องค์ที่สองให้พระนามว่า พระพุทธชินสีห์ ๑ องค์ และองค์ที่สามให้พระนามว่า พระศรีศาสดา ๑ องค์ โดยครั้งแรกได้ทรงเททองหลังจากการปั้นหุ่นขึ้นแบบแล้วปรากฏว่าทองแผ่นบริบูรณ์เพียงสององค์คือ พระพุทธชินสีห์ และ พระศาสดา ส่วนองค์เริ่มแรกที่ให้พระนามว่า พระพุทธชินราช นั้น ทองไม่แล่นเต็มองค์ และพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก ก็ได้ทรงกระทำขึ้นอีกสองครั้ง ทองก็ยังไม่แล่นเต็มองค์ จนทำให้พระองค์ทรงโทมนัสยิ่งนัก

 ต่อมาพระองค์พร้อมด้วยพระอัครมเหสีพระนางปทุมมาวดี พระราชเทวี ทั้งสองพระองค์ได้ทรงร่วมกันตั้งสัจจกริยาธิษฐานเสี่ยงเอาบุญบารมี จึงได้จัดการปั้นหุ่นขึ้นแบบใหม่ โดยครั้งนี้ได้มีชีปะขาว (ตาปะขาว) คนหนึ่งอาสาเข้ามาช่วยปั้นหุ่น ขึ้นแบบทำการด้วยความแข็งแรงมาก ทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่มีเวลาหยุด ครั้นได้รูปหุ่นเสร็จ ก็ได้ทรงเททอง ณ วันพฤหัสบดี ขึ้น ๘ ค่ำ (เป็นวันธรรมสวนะวันพระ) เดือน ๖ ปีมะเส็ง นพศก จุลศักราช ๓๑๙ พระพุทธศาสนา กาลล่วงแล้ว ๑๕๐๐ ปี หย่อนอยู่ ๗ วัน และทรงดำรัสสั่งให้อาราธนา ชุมนุมพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งมีโดยรอบใกล้เคียงเมืองนั้น ทั้งฝ่ายคามวาสี และอรัญวาสี มี \"พระอุบาฬี และพระศิริมานนท์\" อันอยู่วัดเขาสมอแครง เป็นประธาน ให้สวดปริตพุทธมนต์ มหามงคลทำสัจจกริยาธิษฐาน อาราธนาเทพยดาให้ช่วยในการนั้น ทองก็แล่นเต็มองค์บริบูรณ์ เป็นที่โสมนัสแก่ทั้งสองพระองค์ยิ่งนัก และชีปะขาวที่ได้มาช่วยทำการนั้น ก็ได้เดินออกจากที่นั้นหายออกไปทางประตูเมืองข้างเหนือ และได้ไปถึงยังตำบลหนึ่งก็ได้หายไป โดยไม่มีใครได้พบเห็นอีกเลย ต่อมา ตำบลนั้นจึงได้ชื่อว่า ตำบลตาปะขาวตราบเท่าทุกวันนี้...ฯ                 

 ด้วยเหตุดังพระราชนิพนธ์ในราชกาลที่ ๕ ได้ทรงกล่าวถึง วัดเขาสมอแคลง อันมีพระเถระผู้ใหญ่ พระอุบาฬี และพระศิริมานนท์ ได้รับอาราธนามาเป็นประธานการสวดพระปริตและพระพุทธมนต์ถึงสองครั้งย่อมแสดงให้เห็นว่า วัดเขาสมอแครงนั้นมีความสำคัญยิ่งในสมัยนั้น และกาลปรากฏต่อมาในปัจจุบัน วัดที่เป็นวัดถูกต้องตามหลักการครองคณะสงฆ์ ร.ศ. 121 ก็มีอยู่เพียงวัดเดียวที่ตั้งอยู่บนเขาสมอแครง คือ วัดราชคีรีหิรัญยาราม มีเนื้อที่เขตวัดในปัจจุบันประมาณ 230 ไร่ 3 งาน 80 ตารางวา โดยสภาพ ถูกกาลเวลากลืนกินไปตามกาลรวมทั้งคนใจบาปหยาบช้าได้ขึ้นมาขุดทำลายโบสถ์, วิหาร, เจดีย์ต่างๆ เสียหายสิ้นสภาพหมด เพียงเพื่อจะค้นหาวัตถุมงคลที่เรียกว่า \"พระสมเด็จนางพญา\" เท่านั้น

 ที่มา http://rachkiree.com/

 ถัดจากวัดราชคีรีหิรัญยาราม (วัดเจ้าแม่กวนอิมหยกขาว) ขึ้นไปบนเขาสมอแคลงจะมีทางแยกไปโรงเจไซทีฮุกตึ๊ง ศาลเจ้าเห้งเจีย ซึ่งชาวไทยเชื้อสายจีนไปไหว้เจ้าทำบุญกันเป็นประจำ และถัดจากศาลเจ้าเห้งเจียขึ้นไปอีกจะเป็นจุดชมวิวสูงสุดของเขาสมอแคลงแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของพระมหาธาตุเจดีย์ศรีบวรชินรัตน์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระนลาฏ (กระดูกหน้าผาก) ของพระพุทธเจ้า เจดีย์มีลักษณะเป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ ที่ฐานประดิษฐานพระพุทธลีลามหาธรรมราชาลิไททั้ง 4 ด้าน

ติดต่อสอบถาม ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. 0 5525 1394
http://www.tourismthailand.org/phitsanulok

จำนวนผู้ชม 20942

วัดราชคีรีหิรัญยาราม

วัดราชคีรีหิรัญยาราม   การเดินทางมายังวัดแห่งนี้มีทางโค้งลาดชันขึ้นเขาเพียงไม่ไกลนักก็มาถึงประตูวัด บนเขาสมอแคลงมีศาสนสถานที่สวยงาม 2 แห่ง แห่งหนึ่งคือโรงเจไซทีฮุกตึ๊ง เป็นสถานที่ที่มีเทพเจ้าตามความเชื่อแบบพุทธมหายาน มีจุดชมวิวสวยงามจนเรียกกันว่าเป็นดอยสุเทพแห่งที่ 2 ประชาชนที่เดินทางมาที่วัดราชคีรีหิรัญยาราม ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเขาสมอแคลงจึงนิยมที่จะเข้าไปไหว้เทพเจ้าในโรงเจ อันได้แก่ เจ้าพ่อเห้งเจีย พระโพธิสัตว์กวนอิม และอีกหลายองค์ ซุ้มประตูวัดเขาสมอแคลงทำให้เห็นได้ชัดว่าเป็นวัดเก่าแก่มากแห่งหนึ่ง เสาของซุ้มประตูทั้ง 2 ข้างมียักษ์ทวารบาลยืนประจำอยู่

 ตามประวัติของวัดราชคีรีหิรัญยาราม กล่าวว่าวัดบนเขาสมอแคลงแห่งนี้น่าจะเป็นวัดเก่าแก่ตามเรื่องที่เล่าต่อกันมา และทำเลที่ตั้งของวัดอยู่บนเขาสมอแคลง จึงทำให้เกิดความสับสนว่าเป็นวัดเดียวกัน แต่อีกสถานที่หนึ่งซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก มีวัดที่ชื่อว่าวัดเขาสมอแคลง หรือที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า วัดพระพุทธบาทเขาสมอแคลง จึงเกิดความสับสนกันได้ง่าย และเนื่องจากมีวัด 2 วัดเป็นคนละแห่งกัน ทางเว็บไซต์จึงขอเรียกวัดราชคีรีหิรัญยาราม โดยจะไม่ใช้คำว่า "หรือวัดเขาสมอแคลง" ต่อท้ายนะครับ (ตามประวัติมีหรือต่อท้ายด้วย)



วิหารเก่าแก่

วิหารเก่าแก่   เข้ามาในซุ้มประตูขับเข้ามาเรื่อยๆ ตามทางจะถึงลานจอดรถ ก่อนจะมาถึงตรงนี้จะเห็นอาคารสิ่งก่อสร้างหลายสิ่งหลายอย่างที่ล้วนแล้วแต่มีอายุหลายสิบปี หลายแห่งก็ปิดและงดใช้ไปแล้ว วิหารที่เห็นอยู่นี้ก็เช่นเดียวกัน ทางวัดกำลังดำเนินการรวบรวมทุนเพื่อบูรณะและสร้างอาคารหลายแห่งขึ้นมาใหม่ แต่อาคารวิหารเก่าแห่งนี้ทำให้เห็นถึงกระแสศรัทธาที่มีมายังวัดราชคีรีหิรัญยาราม อย่างไม่ขาดสายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

วิหารเจ้าแม่กวนอิมหยกขาว

วิหารเจ้าแม่กวนอิมหยกขาว   เมื่อประมาณต้นปี พ.ศ. 2535 ได้มีการอัญเชิญพระโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งแกะสลักจากหินทะเลสาบหยกขาวจากเมืองหางโจว ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นปางพิเศษที่ได้รับอนุมัติให้สร้างโดยรัฐบาลจีนโดยใช้ต้นแบบจากวัดเจ้าแม่กวนอิมเมืองหางโจว มีขนาดสูง 3 เมตร หนัก 3 ตัน มาประดิษฐาน ณ วัดแห่งนี้ ปัจจุบันมีการสร้างวิหารในลักษณะระเบียงคดล้อมรอบเป็นรูปแปดเหลี่ยม อยู่ห่างจากวิหารเก่าเล็กน้อย เมื่อตั้งใจเดินทางมาที่วัดราชคีรีหิรัญยารามหลายคนก็เข้ามาสักการะไหว้เจ้าแม่กวนอิม ด้วยการจุดธูป 5 ดอก กับน้ำ 5 ขวด แล้วลานำน้ำนั้นกลับไปเป็นสิริมงคล

 พระบรมมหาโพธิสัตว์พระแม่กวนอิมหยกขาว ความสูง ๓ เมตร ๕ เซนติเมตร น้ำหนัก ๓ ตัน หรือ ๓,๐๐๐ กิโลกรัม นับได้ว่าเป็นหินทะเลหยกขาวองค์เดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก และแกะสลักสำเร็จรูป วัดสำนักนางชี ซึ่งบนเทือกไหล่เขาทะเลสาบเวสเลค ใกล้กับวัดหลิงหลินซื่อ วัดที่สำคัญของเมืองหังโจว เป็นวัดบ้านเกิดของพระอรหันต์จี้กง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

จุดธูปไหว้เจ้าแม่กวนอิมวัดเขาสมอแคลง

จุดธูปไหว้เจ้าแม่กวนอิมวัดเขาสมอแคลง   ด้านหน้าของวิหารหรือระเบียงคดแปดเหลี่ยมเป็นสถานที่สำหรับจุดธูปบูชาและถวายน้ำเจ้าแม่กวนอิมซึ่งประดิษฐานอยู่กลางน้ำ มีการเสี่ยงเทียนลอยบนดอกบัวรอบๆ สระน้ำเล็กๆ ที่ฐานเจ้าแม่กวนอิม

พระแม่กวนอิมหยกขาว

พระแม่กวนอิมหยกขาว   หลังจากที่ได้ไหว้พระแม่กวนอิมแล้วก็ควรจะเดินไปชมวิวที่ด้านหลังของวิหารแปดเหลี่ยมครับมีวิวสวยๆ ให้ชมกัน

ชมวิวบนเขาสมอแคลง

ชมวิวบนเขาสมอแคลง   ที่เห็นอยู่นี้เป็นอีกวัดคลองเรือ เป็นวัดหนึ่งที่อยู่พื้นราบเชิงเขาห่างออกไป กับท้องทุ่งนากว้างใหญ่ เจดีย์กับพระพุทธรูปองค์ใหญ่มากๆ ที่เบื้องล่างโดดเด่นอยู่กลางธรรมชาติสีเขียว นอกจากที่วัดราชคีรีหิรัญยารามจะปรับปรุงภูมิทัศน์ด้านหลังวิหารพระแม่กวนอิมให้มองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามจากบนเขาสมอแคลงแล้วยังมีจุดชมวิวบนยอดเขาแห่งนี้ซึ่งต้องเดินทางขึ้นเขาต่อไปอีก

วิวสวยบนเขาสมอแคลง

วิวสวยบนเขาสมอแคลง   อีกภาพหนึ่งที่ใช้เลนส์เทเลดึงภาพเข้ามาให้ใกล้ขึ้น

หอฉันหอสวดมนต์

หอฉันหอสวดมนต์   เป็นกลุ่มอาคารที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีความสวยงามมากแม้ว่าจะยังสร้างได้เพียงบางส่วนแต่ก็พอจะดูออกว่าหากสร้างเสร็จแล้วจะเป็นหอฉัน และหอสวดมนต์ที่สวยงาม อยู่ข้างวิหารพระแม่กวนอิมหยกขาว

ลานพระสิวลี

ลานพระสิวลี   อยู่ข้างหอฉัน แท่นพระสิวลีสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วและยังคงมีการก่อสร้างตกแต่งบริเวณโดยรอบเมื่อเสร็จแล้วก็จะเป็นสถานที่ที่สวยงามมากอีกเช่นกัน จุดเด่นของแท่นพระสิวลีนั้นอยู่ที่บันไดพญานาคที่มีลวดลายปราณีตอ่อนช้อยรายละเอียดสวยงามทุกส่วน

บันไดนาคลานพระสิวลี

บันไดนาคลานพระสิวลี  

วิหารพุทธรรม

วิหารพุทธรรม   สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่รักษาศีลฟังธรรม เฉลิมพระชนมายุ 7 รอบ 84 พรรษา วิหารหลังนี้มีขนาดกว้างใหญ่ แต่ไม่สูงอยู่หลังลานพระสิวลีไปไม่ไกลมองด้านนอกเห็นเป็นอาคารเรียบๆ เดี๋ยวจะพาเข้าไปชมด้านในครับ

พระประธานในวิหารพุทธรรม

พระประธานในวิหารพุทธรรม   จากอาคารเรียบๆ ธรรมดาๆ ที่มองเห็นอยู่ด้านนอกพอเข้ามาด้านในจะพบกับพระพุทธรูปประธานประดิษฐานอยู่บนฐานที่งดงาม มีภาพฝาผนังเป็นเทพเทวดา ทั้งหมดตกแต่งลวดลายด้วยสีทองเหลืองอร่ามสวยงามมาก

กลางวิหารพุทธรรม

กลางวิหารพุทธรรม   วิหารหลังนี้สร้างในลักษณะที่มีความกว้างขวางและยาวมากๆ สามารถนั่งฟังธรรมได้หลายคน จากตรงกลางวิหารมองไปทางพระพุทธรูปจะเห็นเป็นองค์เล็กลงอย่างมาก ทั้งสี่ด้านของวิหารมีช่องว่างโดยตลอดแต่ไม่สูงนัก มีลมพัดผ่านได้ทุกทิศทาง

ลวดลายวิหารพุทธรรม

ลวดลายวิหารพุทธรรม   ผนังของวิหารด้านนอกมีงานปูนปั้นนูนต่ำเขียนลวดลายสัตว์ในวรรณคดีสีทองตลอดทั้งหลัง

พระสิวลี

พระสิวลี   ท้ายสุดของการชมวัดราชคีรีหิรัญยาราม บนเขาสมอแคลง ซึ่งมีหลายอย่างที่กำลังบูรณะและก่อสร้างขึ้นมาใหม่ สถานที่ทุกแห่งในวัดล้วนแล้วแต่สร้างด้วยความปราณีต สวยงามทุกหลังชมรอบบริเวณวัดและไหว้พระกันแล้วก็เดินทางกลับจบด้วยภาพพระสิวลีด้านข้างนี้เป็นภาพสุดท้ายครับ เดี๋ยวถ้ามีการอัพเดตค่อยไปเก็บภาพกันใหม่ เพียงเท่านี้ก็เห็นความสวยงามของวัดราชคีรีหิรัญยารามกันอย่างเต็มที่แล้ว มีโอกาสไปพิษณุโลกอย่าลืมลองแวะไปดูนะครับ



© 2012 www.touronthai.com